วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561

หลวงพ่อคง สุวณฺโณ วัดวังสรรพรส จันทบุรี


หลวงพ่อคง สุวณฺโณ วัดวังสรรพรส จันทบุรี
ย้อนรอยอดีตพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังในจังหวัดจันทบุรี  คงต้องยกให้หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส อดีตเจ้าอาวาสวัดวังสรรพรส ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ที่ได้รับสมญานามว่า "เทพเจ้าแห่งเขาสมิง" ปัจจุบันแม้ว่าท่านจะละสังขารไปกว่าทศวรรษแล้ว แต่วัตถุมงคลและเครื่องรางของท่าน ก็ยังคงความขลัง-ศักดิ์สิทธิ์และสร้างประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ให้ผู้สวมใส่บูชามิได้ขาด
หลวงพ่อคง นั้น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยกับ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แม้ท่านอาจจะอายุน้อยกว่าแต่เรื่องอาคมนั้นท่านไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว ท่านได้รับไปร่วมพิธีพุทธาภิเษก ในพิธีใหญ่ๆ พร้อมๆ กับเกจิร่วมสมัยอยู่หลายครั้ง  พระเครื่องของท่านนั้น เด่นทั้งด้านเมตตามหานิยม และ คงกระพันชาตรี  พระครูอาคมวิสุทธิ์ (หลวงพ่อคง สุวณฺโณ) วัดวังสรรพรส ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่งของภาคตะวันออก ร่วมสมัยเดียวกับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า หลวงพ่อศรีนวล วัดเกวียนหัก หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
ประวัติหลวงพ่อคง สุวัณโณ (พระครูอาคมวิสุทธิ์)
     นามเดิมของหลวงพ่อคือ คง ฑีฆายุ โยมบิดาชื่อ ส้อง โยมมารดาชื่อ โอง ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๔๕ ตรงกับวันเสาร์ ปีขาล ณ บ้านตาพราย ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด อุปสมบทครั้งแรก พ.ศ.๒๔๖๖ อายุได้ ๒๑ ปี อุปสมบทครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ ขณะอายุได้ ๓๒ ปี ณ วัดชมพูราย จ.ตราด โดยมี พระอธิการผูก วัดสลัก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "สุวณฺโณ"
     ท่าน ได้ศึกษาธรรมะและวิชาคาถาอาคมขลัง อักขระเลขยันต์จากโยมตาชื่อ หลวงคีรีเขตุ ซึ่งเป็นผู้มีวิชาทางคงกระพันเป็นเลิศ ตลอดจนพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อเม วัดมาบไผ่ ต.มาบไพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี (หลวงพ่อเม ท่านมีวิชาขนาดเหาะเหินเดินอากาศได้ครับ), หลวงพ่ออ่ำ วัดสะตอน้อย ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี   ,หลวงพ่ออุก หลวงพ่อเจาะ วัดโป่งโรงเซ็น ต.โป่งโรงเซ็น อ.มะขาม จ.จันทบุรี ,หลวงปู่วง (ปู่ของท่าน) ,หลวงพ่อหริ่ง ,ครูเต๋า ,และครูตาสด ฯลฯ
     หลวงพ่อคงได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ ตลอดจนข้ามไปทางฝั่งประเทศพม่า กัมพูชา เพื่อฝึกฝนวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมา โดยเฉพาะวิชา เสือสมิง ท่านมีความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้ว่า วัตถุมงคลของท่านแทบทุกรุ่น จะต้องมีรูปเสือสมิง ปรากฏอยู่ด้วย
     หลังจากที่ได้เดินธุดงค์จนเป็นที่พอใจแล้ว ท่านได้กลับมาอยู่ที่วัดวังสรรพรส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังสรรพรสตั้งแต่พ.ศ.๒๔๙๒ เป็นต้นมา
วัตถุมงคลของหลวงพ่อคงทุกรุ่นล้วนมีพุทธคุณเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน เป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างไกล นอกจากนี้ท่านยังมีความเชี่ยวชาญด้านรักษาโรคด้วยสมุนไพรอีกด้วย จนเป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านตลอดมา
การสร้างวัตถุมงคล
วัตถุมงคลหลวงพ่อมีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะด้านคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม ค้าขายดี แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังกล่าวถึงตลอด หลวงพ่อคงมีจริยาวัตรงดงามมาก บุคคลต่างๆรวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเดินทางมากราบไหว้ท่าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงพ่อคงใจดี มีเมตตา ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนมาโดยตลอด ไม่ลำเอียง ใครเจ็บป่วยมาหาท่าน ท่านจะเมตตาช่วยเหลือตลอดทุกคนเสมอไป หลวงพ่อคงมีแต่ให้กับให้ ใครมาขออะไรก็ให้ทั้งนั้น แม้กระทั่งเงินและวัตถุมงคล ตลอดระยะเวลาในการอุปสมบทของท่าน ท่านได้ปฏิบัติตามกฏของสงฆ์อย่างเคร่งครัดมีการครองผ้าสวดมนต์ ทำวัตรเช้า เย็น ตลอดมามิได้ขาด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูอาคมวิสุทธิ์  ซึ่งแปลว่า พระผู้ซึ่งมีอาคมขลังเป็นที่สุด

     หลวงพ่อคงได้อนุญาตให้ลูกศิษย์ สร้างวัตถุมงคลทั้งที่เป็นประเภท เหรียญ รูปหล่อ และพระเนื้อผง มากมายหลายสิบรุ่น ส่วนวัตถุมงคลประเภทเครื่องราง อาทิ ผ้ายันต์ ตะกรุด รวมทั้งปลัดขิก และเขี้ยวเสือต่างๆ หลวงพ่อคงได้สร้างเองก็มีหลายแบบ ล้วนแล้วต่างมีประสบการณ์มากมายและส่วนมากวัตถุมงคลของท่านจะทำการปลุกเสก เดี่ยวจนครบไตรมาส จึงจะเอามาออกแจกใครได้รับต่างก็หวงแหน




เหตุที่ทำให้หลวงพ่อคงดังระเบิด
เหตุที่เกิดขึ้นนี้ เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส ถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด และเรื่องนี้เกิดขึ้นในตลาด จึงทำให้คนรู้เห็นมากมาย เรียกว่าทำให้หลวงพ่อคงดังในข้ามคืน ดังรายละเอียดดังนี้ วัตถุมงคลของท่านหลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส สามชิ้นนี้ที่ทำให้ นายชำนาญ ผดุงศาสน์ (เสี่ยกี๋) รอดพ้นจากคมกระสุนอาก้า 7 กระบอก คือ
1.รูปหล่อบ่าร้าว
2.ตระกรุด
3.เหรียญกลมนั่งหัวเสือหลังนูน
ประสบการณ์สร้างชื่อ เสี่ยกี๋ แห่งเหมืองพลอย บ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี แถบนั้นถามชื่อเสี่ยกี๋ ใครก็รู้จักเป็นอย่างดี มีชื่อในการทำเหมืองพลอยมานาน ชื่อจริง นายชำนาญ ผดุงศาสน์ เป็นศิษย์ ของท่านพ่อคง วัดวังสรรพรส ในตัวมีตะกรุด และเหรียญกลมนั่งหัวเสือหลังนูน กับรูปหล่อบ่าร้าว เขามั่นใจและบูชายึดมั่นแต่ท่านพ่อคง เพราะมีประสบการณ์ ผ่านมามากมาย นับไม่ถ้วน ลูกผู้ชายชื่อเสี่ยกี๋ ทำงานฝ่าดงอันตราย จากการทำงานเหมืองพลอย บ่ายวันหนึ่ง ในเดือนมีนาคมปีพ.ศ.2528 เสี่ยกี๋และพรรคพวก อีกสองสามคน นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ในตลาดบ่อเวฬุ หลังจากกินเสร็จ แล้วก็ พากันเดิมข้ามถนน มายังรถซึ่งจอดอยู่อีกฝั่งถนน ยังไม่ทันได้เปิดประตูรถ เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า ก็กัมปนาทขึ้น นั่นคือเสียงปืนอาก้าดังสนั่นหวั่นไหว ก้องตลาดบ่อเวฬุ ชาวบ้านแตกตื่น หาที่หลบภัยกันจ้าละหวั่น คณะของเสี่ยกี๋ เป็นเป้ากระสุนกลางถนน โล่งแจ้ง ยากที่จะพลาดจากกระสุน ที่ลั่นราวห่าฝนได้ คนทั้งสามคน โดนกระสุนปืนอาก้าเต็มที่ คนละนับสิบนัด เพราะเสียงปืนที่คำรามนั้นดังติดต่อกันนานราว10นาที กระบอกนี้ หมดกระบอกใหม่แทนที่ ติดต่อกัน 7กระบอก หลับตานึกถึงเป้ากระสุนกลางถนนดู ไม่เละเป็นหมูสับก็เต็มที่แล้ว เสี่ยกี๋ โดนกระหน่ำ ล้มคว่ำล้มหงาย แล้วลุกขึ้นมาอีกล้มลงไปอีก มือกุมอยู่ที่ด้ามปืน ชักขึ้นมาไม่ทัน เพราะห่ากระสุนที่สาดมานั้น กระทบร่างกระดอนไปมาสั่นสะเทิ้น พรรคพวกอีกสองสามคน ล้มกลิ้งอยู่กับพื้นถนน กระบอกที่7 ปล่อยกระสุนชุดสุดท้ายสิ้นสุดลง แทนที่จะปิดฉาก เสียงระเบิด ลูกสุดท้าย กังวานสนั่นขึ้น รถของเสี่ยกี๋ กระเด็นไปพังแหลกยับ ไม่มีชิ้นดี สุดท้ายที่โดนคือจรวดอาพีจี นั่นเอง คณะมือปืนโหดยิงกันจนหมดลูกปืนแล้วก็ผละหนีไป เสียงกังวานของปืนนั้นได้ทำลายขวัญ ชาวบ้านแตกตื่น อกสั่นขวัญหนี ตำรวจที่อยู่แถวนั้น นึกว่าเขมรบุก เพราะอยู่ใกล้ชายแดน จัดแจงล้อมโรงพักเอาไว้แน่นหนา เมื่อเสียงปืนสงบลง ชาวบ้านก็ออกมา ทยอยดูเหตุการณ์ ปรากฎว่าเสี่ยกี๋ และพรรคพวก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ไม่มีชิ้นดี ตามตัวไม่มี บาดแผล มีแต่กระสุนนัดเดียวที่เข้าไปติดรักแร้ ของเสี่ยกี๋ เพียงสลัดก็หลุดออกมา ทั้งหมดปลอดภัย แต่เสียรถปิคอัพ ไปหนึ่งคัน
ปลายชีวิตหลวงพ่อคง
ในช่วงท้ายของชีวิตหลวงพ่อคงได้อาพาธเป็นไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม มีโรคแทรกซ้อน เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2532 ลูกศิษย์ได้ส่งหลวงพ่อคงไปรักษาที่ รพ.ตากสิน จันทบุรี จนพอทุเลา ท่านก็ขอกลับมาที่วัดวังสรรพรส และต่อมาอีกไม่กี่วัน ท่านก็ได้จากพวกเราไปอย่างสงบ ณ วัดวังสรรพรส ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2532 เวลา 10.15 น.รวมสิริอายุได้ 87ปี พรรษาที่ 55 ก่อนที่จะท่านมรณภาพ หลวงพ่อคง สุวณฺโณ ได้ปรารถ กับศิษยานุศิษย์ว่า ให้เก็บร่างท่านไว้ มิฉะนั้นต่อไปจะไม่มีคนมาวัด
     หลังจากทีท่านมรณภาพไปแล้ว เล็บมือ เล็บเท้า เส้นเกศาของท่านจะยาวออกมาตลอด

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน ตอน 3

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน1 ตอก 3 โค๊ด เหรียญที่ 1
ซึ่งข้อมูลจากผู้สร้างแจ้งว่ามีจำนวน 200  เหรียญ

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน1 ตอก 3 โค๊ด เหรียญที่ 2

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน1เนื้อทองแดงผิวไฟ
บล๊อกทองคำเหรียญที่ 1

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน1เนื้อทองแดงผิวไฟ
บล๊อกทองคำเหรียญที่ 2 สร้างจำนวน 3000 เหรียญ

ด้านหลังบล๊อกทองคำ

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน1เนื้อทองแดง
จำนวนสร้างทั้งหมด 50,000 เหรียญ



เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน
เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดเวฬุวัน ดำริสร้างโดย หลวงปู่อุดมทรัพย์ ผู้ให้กำเนิดมังกรรุ่นแรก หลวงปู่หมุน วัดป่าหนองหล่ม ปี2543 เพื่อหาทุนในการสร้างศาลาการเปรียญ เนื้อทองแดง ได้ใส่ชนวน หลวงปู่หมุนลงไปด้วยหลวงปู่อุดมทรัพย์ ได้หลอมชนวนปี 2553-2554 ชนวนมวลสาร ตะกั่วชินพันปี ตะกรุดหลวงพ่อเอีย หลวงปู่หมุน ชนวนโลหะที่หลวงปู่เสกไว้ โดยมีเหรียญมังกร เหรียญตอก 1 เหรียญหมุนเงินหมุนทอง ชนวนกริ่งเสาร์๕เหรียญทุกเหรียญของหลวงปู่หมุนและหลวงปู่ละมัย โดยได้นำชนวนหลอมกับทองแดง และตัดเป็นแผ่นเผาไฟปั๊มลงทีละองค์ นี่คือสุดยอดมวลสาร มังกรเวฬุวัน เนื้อทองแดง

พิธีปลุกเสกอย่างเข้มขลัง 4 ครั้ง 4 รอบ คือที่ วัดบ้านจาน, วัดเวฬุวัน, วัดป่าหนองหล่ม (เหมือนรุ่นแรกที่ได้เสกในวิหารพระแก้ว) และวันที่ 5 ธันวาคม 2561 พิธีปลุกเสกที่ถ้ำเขาเลื่อม สถานที่ลับของหลวงปู่ที่เคยมาเสกวัตถุมงคลที่นี่หลายรุ่น แต่ไม่มีใครรู้ ดินแดนที่แม้แต่ระเบิดจากสงครามก็ทำอะไรพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้
ณ.ถ้ำเขาเลื่อม ดินแดงศักดิ์สิทธิ์...สมัยก่อนถ้ำนี้ปู่หมุนเคยมาปลุกเสก เสกตามสูตร ถ้ำนี้เป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์สมัยก่อนยุคเขมร ระเบิดไม่เคยลง ใครยิงจะข้ามเขาหมดพระอาจารย์อุดมทรัพย์เคยไล่เก็บกระดูกเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ เหตุที่มาเสกมังกรเวฬุวันที่นี่ เพื่อเพิ่มความขลัง อันดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้เต็มสูตร ย้อนรอยครู สถานที่แห่งนี้ปู่หมุนท่านเคยมาเสกของและยอมรับสถานที่นี้คือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์



วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ย้อนรอยอดีต หลวงพ่อทอง วัดเขากบ จ.นครสวรรค์


ย้อนรอยอดีต หลวงพ่อทอง วัดเขากบ จ.นครสวรรค์
ย้อนรอยอดีต หลวงพ่อทอง วัดวรนาถบรรพต (วัดเขากบ) ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวนครสวรรค์ พระเถระผู้เฒ่าจากนครสวรรค์ หลวงพ่อทองวัดเขากบ ประวัติท่านไม่ค่อยมีใครรู้มากนักเนื่องจากท่าน เป็นพระค่อนข้างเก็บตัว ไม่ได้ออกเครื่องรางของขลัง ทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ท่านเป็นพระยุคเก่ารุ่นเดียวกับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า แม้แต่หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ พระเกจิชื่อดังนครสวรรค์ ยังให้ความเคารพนับถือ
เรื่องราวที่เล่าขานนี้เป็นความจริงที่ปรากฏและเป็นตำนานแห่งความเข้มขลัง ของอดีตพระเกจิของแผ่นดินสยาม และปัจจุบันเชื่อว่าคงหาเกจิรูปใดเทียบเคียงบุญญาบารมี และอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ได้ยากยิ่ง
  ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2452 สมเด็จพระสังฆราช (เข) วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงมีพระดำริในการทดสอบพลังจิตและความเข้มขลังของพระเกจิทั่วสยามประเทศขึ้น ที่วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม นัยว่าเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะ "พระดี-เกจิดัง" ในสายวิปัสสนากัมมัฏฐานและเฟ้นหา สุดยอดพระเกจิ” (ตามประวัติน่าจะมีเพียงครั้งเดียว) โดยนิมนต์พระเถรจารย์และเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศมา ชุมนุมมากกว่า 100 รูป
          จัดได้ว่าเป็น "พิธีชุมนุมพระเกจิชื่อดังทั่วแดนสยาม" ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  ในพิธีมีได้การทดสอบวิทยาคมและพลังจิตอย่างเข้มขลัง โดยคัดเลือกเกจิอาจารย์ครั้งละ 10 รูป ด้วยวิธีจับสลาก จากนั้นนำท่อนไม้ 1 ท่อน มาวางบนม้า 2 ตัว จากนั้นนำกบไสไม้วางบนท่อนไม้ โดย สมเด็จพระสังฆราช (เข) ทรงบอกกติกาว่า เกจิทุกรูปจะต้องใช้พลังจิตบังคับให้กบไสไม้วิ่งไสไม้ไป-กลับโดยกบห้ามหล่น ลงมาเด็ดขาด หากใครพลังจิตแก่กล้าจริงก็จะสามารถทำได้ หากใครพลังจิตยังไม่สุดยอดก็ต้องยอมล่าถอยไป ปรากฏว่าหลังการทดสอบผ่านไป 3 วัน 3 คืน เกจิส่วนใหญ่ใช้พลังจิตบังคับกบวิ่งไสไม้ได้ทั้งนั้น แต่บังคับวิ่งไปข้างหน้าได้ทางเดียว บังคับให้กบวิ่งกลับหลังไม่สำเร็จ

มีเพียงพระเกจิ 10รูปเท่านั้น  ที่สามารถบังคับกบไสไม้ได้ทั้งไปและกลับ ถือว่าเป็น 10 พระเกจิสุดยอดแห่งสยามประเทศอย่างแท้จริงและปัจจุบันคงหาเกจิรุ่นใหม่เทียบ ได้ยากยิ่ง โดยเกจิทั้ง 10 รูป ได้แก่
1. หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
2. หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
3. หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา
4. หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง จากกรุงเทพมหานครหรือเมืองบางกอก
5. หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
6. หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม
7. หลวงพ่อทอง วัดคีรีนาถบรรพต (เขากบ) จ.นครสวรรค์
8. หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (วัดบางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ
9. หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี
10. หลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ จ.ชุมพร




หลวงพ่อทอง วัดวรนาถบรรพต (เขากบ) จ.นครสวรรค์ อีก 1 ใน 10 สุดยอดพระเกจิคณาจารย์ พระเถระผู้เฒ่าที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งของชาวเมืองนครสวรรค์และใกล้เคียง ประวัติความเป็นมาของท่านนั้นไม่ค่อยมีผู้ใดทราบนัก
ท่านเป็นชาวทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์ รุ่นราวคราวเดียวกับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นสหธรรมิกกับ หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน และ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อทองได้รับถวายที่ดินจากตากบและยายเขียด ต่อมาชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างกุฏิเล็กๆ ก่อนสร้างอุโบสถและศาลาขึ้น เพื่อชาวบ้านได้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา
ต่อมาเมื่อตากบและยายเขียดถึงแก่กรรม หลวงพ่อจึงกำหนดที่ดินทั้งหมดเป็นที่ดินของวัด และตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดเขากบตามชื่อเจ้าของที่ดิน หลังจากการฌาปนกิจสองตายายแล้ว ท่านได้ให้ช่างปั้นรูปจำลองตากบและยายเขียดไว้ที่หน้าอุโบสถ เพื่อเป็นที่ระลึก ปรากฏอยู่กระทั่งทุกวันนี้
หลวงพ่อทองมีความเพียรอย่างแรงกล้า ลงมือทำงานและบูรณะวัดเขากบด้วยตัวท่านเอง โดยใช้เวลาบูรณะพระเจดีย์ซึ่งยอดหักนานถึง 10 ปี และทำโบสถ์อยู่ 5 ปี ทั้งยังบูรณะวิหารพระนอน กำแพงวิหาร ร้านบาตร ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่ำลือถึงกิตติศัพท์ของท่านมากมาย อาทิ เรื่องท่านตกจากยอดเจดีย์แล้วไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยแมวข่วน หรือการบิณฑบาตที่ใครๆ ก็ตามไม่ทัน เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความเข้มขลังในวิทยาอาคมหลายแขนงวิชา
หลวงพ่อทองพัฒนาวัดเขากบจนเจริญรุ่งเรือง และจำพรรษาอยู่ตลอดอายุขัยจนมรณภาพในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2484 สิริอายุเกือบ 80 ปี ยังความโศกเศร้ามาสู่ชาวนครสวรรค์และบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ร่วมใจกันหล่อ รูปเหมือนเท่าองค์จริงของท่านไว้ในวิหาร ทุกวันนี้สาธุชนทั้งใกล้และไกลยังคงแวะเวียนมากราบสักการะขอพรอยู่เป็นประจำ
ด้วยความที่หลวงพ่อทองเป็นพระสมถะ รักสันโดษ เคร่งในวัตรปฏิบัติ จึงไม่ชอบสร้างวัตถุมงคล ไม่ชอบถ่ายรูป เท่าที่ทราบในสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่จะมีเพียง ลูกอมและการรดน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเป็นหลัก แม้แต่รูปถ่ายท่านก็ไม่ยอมให้ใครถ่าย มีคนมาแอบถ่ายก็ไม่ติด จนลูกศิษย์ต้องขอร้องเพื่อขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกท่านจึงอนุญาต ซึ่งจะมีเพียงภาพเดียวและครั้งเดียวเท่านั้น คือ ภาพที่ท่านกำลังนั่งบนธรรมาสน์ กำลังถือใบลานเทศน์อยู่
ส่วนวัตถุมงคลที่ทันท่านน่าจะมีไม่กี่อย่างซึ่งล้วนหายากทั้งสิ้น โดยเฉพาะ เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกที่เรียกกันว่า เหรียญหลวงพ่อทอง รุ่นหลังเงา
เป็นเหรียญปั๊มเนื้อทองแดง รูปไข่เล็ก ห่วงเชื่อม ด้านหน้าและด้านหลังยกขอบเป็นเส้นลวดนูน 2 ชั้น ชั้นในมีขนาดเล็กมาก ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อทองครึ่งองค์ ห่มจีวร พาดสังฆาฏิ และรัดประคดอกแบบ ห่มเต็มมีอักษรภาษาไทยจารึกว่า หลวงพ่อ วัดกบส่วนด้านหลัง ตรงกลางประดิษฐานรูปพระเจดีย์องค์ใหญ่ วัดเขากบ กลางองค์เจดีย์เป็นยันต์ ตัวเฑาะว์ขัดสมาธิขึ้นยอดเป็น อุณาโลม
จุดสังเกตสำคัญคือ พื้นเหรียญด้านหลังจะมีรูปหลวงพ่อทองแกะเป็นลายเส้นบางๆ เห็นเป็นเงาจางๆ อันเป็นที่มาของชื่อรุ่นว่า หลังเงา

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล รุ่น1 วัดเวฬุวัน ตอน2


เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล รุ่น1 วัดเวฬุวัน ตอน2
เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล รุ่น1 วัดเวฬุวัน เป็นเหรียญย้อนยุค ซึ่งได้นำเสนอวันและเวลาที่เปิดจองไปแล้วนั้น  ทีนี้เรามาดูชนวนมวลสาร ของเหรียญมังกรคู่เวฬุวัน กันนะครับ จากข้อมูลที่ได้จากทีมงานผู้สร้าง ดั่งสุภาษิตได้ระบุไว้ว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ พระใหม่สร้างเยอะ ดูผู้สร้าง วัตถุประสงค์ เจตนา มวลสารพระเกจิ #สร้าง >>เสก>> จอง>>ส่ง ปัจจุบัน พระผงดวงเศรษฐี วัดเวฬุวัน และเหรียญตอก 1 วัดเวฬุวัน ได้ถูกบรรจุเข้างานประกวดพระเครื่องสากลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อไปรายการ เหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล รุ่น1 วัดเวฬุวัน ผมคิดว่าเวลาอันใกล้นี้ต้องได้รับการบรรจุเข้างานประกวดพระเครื่องสากลเป็นแน่แท้
ชนวนมวลสารในเหรียญมังกรเวฬุวันเนื้อทองแดง ในชนวนนี้ปู่อุดมทรัพย์ได้หลอมเมื่อประมาณปี2553-2554 โดยมีเหรียญของปู่หมุนและปู่ลมัย
-          เหรียญมังกรรุ่นแรก
-          เหรียญตอกเลข1
-          เหรียญหมุนเงินหมุนทอง
-          ชนวนพระกริ่ง
โดยได้นำชนวนทั้งหมดหลอมกับทองแดง และรีดเป็นแผ่นตัด เผาไฟบริเวณที่องค์พระก่อนจะปั๊มออกมาเป็นเหรียญ ดังนั้นสีผิววรรณะของเหรียญจะเปลี่ยนคล้ายเนื้อนวะโลหะและเหนียวหน่อย สรุปเหรียญมังกรคู่หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล รุ่น1 วัดเวฬุวัน เป็นเหรียญปั๊มนะครับ
อนึงในเนื้ออื่นๆ  ก็ใช้ชนวนมวลสารเก่าที่แตกแตกต่างกันออกไป เช่นเนื้อเงิน ก็ใช้ชนวนเหรียญเงินเก่า  นวะก็ใช้ชนวนนวะครับ จึงกลายเป็นที่มาของตำนานบทต่อไป มังกรเวฬุวัน ย้อนรอยครู
ผู้เขียนจะลงข้อมูลให้ทราบความคืบหน้ากันเป็นระยะๆ  ตั้งแต่เปิดจอง ปิดจอง เหรียญออก  และบรรจุเข้างานประกวด



วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา วัดป่าหนองหล่ม



เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา วัดป่าหนองหล่ม
เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา วัดป่าหนองหล่ม เป็นเหรียญหล่อที่รฤกกฐิน และหล่อองค์หลวงปู่หมุนองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ครั้งที่ ๔เมื่อวันที่๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ชิ้นเดียวในโลกผลงานประณีตพุทธศิลป์ชั้นสูง แบบ๑บ่มี๒ ที่ทางวัดป่าหนองหล่มบรรจงสร้าง ผ่านผลงานของศิลปินชั้นครู แห่งสถาบันศิลปะอันดับ1ของประเทศ (อ.มานะ แห่ง ม.ศิลปากร)
งานพุทธศิลป์ชั้นสูงที่เกิดจาก การหล่อหลอมผสมผสานโลหะมงคลที่มีคุณฤทธิ์พิเศษในตัว หล่อสร้างทีละชิ้น จึงทำให้ผิวพรรณวรรณะของแต่ละองค์นั้นเป็นเพียง ชิ้นเดียวในโลกเพราะแต่ละชิ้นนั้นออกมาไม่เหมือนกันเลยสักองค์ ทั้งคราบเบ้า น้ำทอง ความงดงามที่เกิดขึ้นนี้
ไม่ใช่แค่วัตถุมงคล แต่เป็นงานศิลปะของศิลปิน ที่บ่งบอกถึง"คุณค่า"และ"รสนิยม"
ที่พระอาจารย์ขวัญเมือง แห่งวัดป่าหนองหล่ม มีดำริสร้างเหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา ให้เหล่าบรรดาศิษย์หลวงปู่หมุนได้สะสมผลงานศิลปินอันล้ำค่าและเต็มเปี่ยมด้วยพุทธคุณ เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา ตอกโค๊ดและรันหมายเลขทุกเหรียญ"ความงาม" พิสูจน์ได้ด้วยตา "ศรัทธา" พิสูจน์ได้ด้วยใจ ประกาศให้ได้รับรู้ถึงความตั้งใจของครูบาอาจารย์หลวงปู่หมุน  ฐิตสีโล

จำนวนการสร้าง
-         -  เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา เนื้อเงิน 300 เหรียญ
-         -  เหรียญหล่อมังกรคู่ สุริยันต์จันทรา เนื้อทองแดง 1,500 เหรียญ



วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เหรียญเสมารุ่นแรกหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ รุ่นขุดสระ พ.ศ.2541

เหรียญเสมารุ่นแรกหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ รุ่นขุดสระ พ.ศ.2541

เหรียญเสมารุ่นแรกหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ รุ่นขุดสระ พ.ศ.2541
เหรียญเสมารุ่นแรกหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ รุ่นขุดสระ เหรียญรุ่นนี้สร้างฉลองอายุ 80 ปี ของหลวงปู่หงษ์ ในปี 2541 พร้อมกันนั้นเป็นการสร้างเพื่อหาทุนในการซื้อที่ดินปลูกป่า และสร้างแหล่งน้ำเพื่อเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด เจตนาการสร้างดี หลวงปู่หงษ์ สุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี) ต. ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จึงทำให้มีผู้ที่อยากได้กันเป็นอย่างมากเนื่องจากเหรียญชุดนี้หลวงปู่ตั้งใจสร้างมากเริ่มตั่งแต่เจตนาการสร้าง ที่เป็นสุดยอดเมตตาของหลวงปู่ คือการสร้างเพื่อหารายได้ ซื้อที่ดิน สร้างป่า และขุดแหล่งนํ้าเพื่อให้ได้เป็นที่อาศัยของเหล่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้อยู่สืบต่อไป
เหรียญนี้ใช้เวลาปลุกเสก 1 ปีเต็ม วัตถุมงคลชุดนี้เป็นวัตถุมงคลที่หลวงปู่มีความตั้งใจสร้างเป็นพิเศษ ดังคำกล่าวที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า พระชุดนี้สร้างให้เป็นพิเศษดีกว่าทั้งหลาย ทำแล้วต้องช่วยชีวิตเขาได้ และในคราวพุทธาภิเษก ได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ รอบๆ มลฑลพิธี ตั้งแต่เริ่ม จนจบพิธี
เป็นเหรียญที่มากประสบการณ์ พระเกจิปลุกเสกเข้มขลัง พิธีปลุกเสกยิ่งใหญ่มวลสารที่ใช้จัดสร้างดี ส่วนด้านมวลสารที่ใช้สร้าง เป็นสุดยอดมวลสารทั้งสิ้น ทั้ง หอกสำริด (หัก) กริชทองแดง แรงด้วยตะบันดันด้วยเหล็กน้ำพี้ตรีนพสูรย์ ชนวนทองสำริดโบราณล้วนๆ อายุกว่าพันปี เพื่อให้วัตถุมงคลนี้เป็นชุดแรกและชุดพิเศษของหลวงปู่ สมดุจดังที่ท่านได้ตั้งปณิธานว่า
"พระชุดนี้สร้างให้เป็นพิเศษดีกว่าทั้งหลาย ทำแล้วต้องช่วยชีวิตเขาได้" เพื่อให้สมความตั้งใจของหลวงปู่ เหล่าศิษย์ทั้งหลายจึงได้รวบรวมชนวน เหรียญ ตะกรุด และแผ่นยันต์จากเกจิอาจารย์ทั่วไป โดยเฉพาะชนวนทองสำริดโบราณล้วนๆอายุกว่าพันปี มาเป็นชนวนหล่อหลอม ในการสร้างพระกริ่ง "แซยิด80ปี" นี้คงรักษาแบบวิธีการสร้างสมัยโบราณของสมเด็จพระนพรัตน์ วัดป่าแก้วสมัยกรุงศรีอยุธยา ประกอบด้วยพระยันต์ 108 ยันต์ นะ 14 นะ รวมแผ่นยันต์ จารด้วยพระคาถาชินบัญชร ที่สำคัญของการสร้างพระชุดนี้ ได้เพิ่มพระยันต์ฉบับขอมโบราณ ตำหรับหลวงปู่หงษ์ อีก 159 ยันต์ นะ 129 นะ ทั้งจากพระยันต์อาถรรพณ์ 7 มุมเมืองอีก 1 ชุดใหญ่





การบูชาหลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ
ตั้งนะโม 3 จบ นะเมติ 12 จบ ดีนักแล ฯ นะเมติ พระคาถาบทนี้เป็นคาถา ประจำสำนักที่ไว้ให้ศิษย์ภาวนาเวลาจะสื่อกับครูบาอาจารย์หลวงปู่ท่านเคยบอกว่าเราภาวนา นะเมติ นี้หนาสะเทือนขึ้นไปถึงพรหมโลกหมายถึง นะเมติ นี้ถ้าเราภาวนาจะสื่อไปถึงสุดแดนครูบาอาจารย์ผู้สถิตย์อยู่บนชั้นพรหมโลกและความหมายของ นะเมติ นี้หลวงปู่ท่านบอกว่าหมายถึงรสน้ำนมแม่พระธรณี คืออาหาร พืชพันธุ์ ข้าวน้ำต่าง ๆ ที่เลี้ยงดูทุก สรรพชีวิตอย่างไม่ลำเอียง ใครจะปลูก ใครจะหว่านใครจะเก็บเกี่ยว เอาไปกินไม่ว่า คนหรือสัตว์ ไม่ว่าคนรวยหรือคนจน พระสงฆ์ เณร ชีหรือ อลัชชี มหาโจร คนต่ำทราม แม่พระธรณีก็ไม่เคยรังเกียจมีคุณให้การเลี้ยงดูเท่าๆกันหมด แล้วแต่ใครจะเก็บเกี่ยวใช้สอยได้มากเท่าใด
นะเมติ รสน้ำนมแม่พระธรณี นี้จึงเปรียบเหมือนคุณครูบาอาจารย์ที่ไม่เคยรังเกียจเดียจฉันท์ ลูกศิษย์คนใด ที่เคารพนับถือ หลวงปู่ ท่านถึงไม่เคยดุด่าว่ากล่าวลูกศิษย์คนไหน ก็ด้วยใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา หนักแน่นเยือกเย็นดั่งคุณของพระแม่ธรณีนั่นเอง
เคล็ดการบูชาวัตถุมงคลหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
หมั่นไหว้ หมั่นบอก หมั่นขอเคล็ดการบูชาวัตถุมงคลหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
1. เมื่อเราจะแขวนพระหรือ คาดตะกรุด ก็ให้ยก วัตถุมงคลขึ้นมาพร้อมพนมไว้ที่มือตั้งนะโม 3 จบในใจหรือ ออกเสียงเบา ๆ ก็ได้ ต้องมีความเคารพเลื่อมใสเป็นอุบายให้ จิตใจสะอาด
2. อาราธนา (นึกถึง) บารมีหลวงปู่และครูบาอาจารย์ทั้งหมดมีพระพุทธพระธรรมพระอริยะสงฆ์เป็นที่สุด จึงว่าคาถาวัตถุมงคล 3 จบ 7 จบ 12 จบ หรือว่าตามกำลังวัน หรือว่า 108 หรือภาวนาจนจุใจก็ทำได้

3.อธิฐานบอกกล่าว ขอ…. ถือเป็นหัวใจสำคัญ หลวงปู่หงษ์จะไม่ให้แค่ไหว้กราบเฉย ๆ ท่านว่าประมาท เพราะ กฎของโลกทิพย์ ไม่ขอไม่ให้ ไม่บอกไม่ช่วย ต้องบอกกล่าวจะให้ช่วยอะไร? คุ้มครองแค่ไหน? เช่น ขอให้ปลอดภัย ขอให้คนเมตตา ขอให้มีลาภ มีเสน่ห์ ขอให้ค้าขายดี อย่าให้มีอุบัติเหตุ เดินทางปลอดภัยทั้งตอนไปตอนกลับ ฯลฯ ถ้าทำได้อย่างนี้ครูบาอาจารย์ก็ช่วยได้เต็มที่ บอกกล่าวแล้วก็ให้ทำใจสบาย ๆ วางเฉย (อุเบกขา) เลิก หวัง เลิกอยากนั้นนี่ เพราะความหวัง ความอยากจะเป็นตัวปิดกั้นผลสำเร็จ เลยคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์บุญกุศลไม่ช่วย เพราะเราไม่เข้าใจกฎของกรรม และ อัตภาพบุญกุศล จะบันดาลผลได้แค่ไหนอย่างไร
ตามข้อเหตุผลที่กล่าวมาทำให้เหรียญเสมาขุดสระหลวงปู่หงษ์มีประสบการณ์สูง ควรที่จะสะสมบูชา  เป็นอย่างยิ่ง
เนื้อสำริด

เหรียญเสมาขุดสระ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เนื้อสำริดหูตันแช่น้ำมนต์ ตอกโค้ตใต้ห่วง
เหรียญขุดสระเนื้อสำริด สร้างจากพระพุทธรูปเก่าแก่ของวัดโบราณต่างๆ ที่ชาวบ้านขุดพบ แล้วชาวบ้านนำมาถวายหลวงปู่เพื่อสร้าง เหรียญขุดสระ (เฉพาะเหรียญที่เป็นเนื้อสำริดเท่านั้น สำริดกรรมการ 500 เหรียญ และสำริด 500 เหรียญ
เนื้อสำริด