วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566

พระผงขุนแผนเพชรสุรินทร์ รุ่น ยอดฉัตร หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ

 


พระผงขุนแผนเพชรสุรินทร์ รุ่น ยอดฉัตร  หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ

พระครูปราสาทพรหมคุณ แห่งสุสานทุ่งมน วัดเพชรบุรี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พระเกจิชื่อดังแห่งดินแดนอีสานใต้

หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ อุปสมบทได้เพียง 3พรรษา ได้จาริกถือธุดงค์วัตร อาศัยอยู่ตามโคนไม้ นุ่งห่มใช้ผ้าเพียงสามผืน ถือที่สงบสัปปายะ เช่น ป่าช้าเป็นที่เจริญภาวนาเช้าค่ำ ขบฉันภัตตาหารเพียงมื้อเดียว เดินทางไปสู่เมืองขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะเป็นเขตแห่งสรรพศาสตร์มนตรา จึงได้เข้าขอศึกษากับครูอาจารย์ที่เป็นทั้งฆราวาสก็ดี เป็นผู้ทรงศีลสมณะก็ตาม จนเป็นที่พอใจแล้ว จึงขออนุญาตลากลับเพื่อจาริกธุดงค์สู่พนมเปญ กัมพูชา

เมื่อธุดงค์เข้าเขตประเทศกัมพูชา พบกับครูบาอาจารย์ศึกษาสรรพวิชา ทั้งคาถาเมตตา มหาเสน่ห์ กำบังภัยทั้งคุ้มครอง แคล้วคลาดกันอาวุธปืน หอก ดาบ เขี้ยว งา ช้างเสือ หุงสีผึ้ง กันยาเบื่อ ทั้งคุณไสย ทำน้ำมนต์รดอาบ



-        -  เนื้อว่านขาว ผงพุทธคุณ 108

-        -  เนื้อว่านดำ 108

-         - เนื้อว่านแดงผสมชานหมาก

วัตถุประสงค์ เพื่อสบทุนสร้างปราสาทเพชรพิพิธภัณฑ์ เททองหล่อพระพุทธเพชรสุรินทร์ ปางยืนประทานพร สูง 99 ซม. จำนวน 8 องค์ ประดิษฐานประจำซุ้มยอดปรางค์ ทั้ง 8 ทิศ

พระผงขุนแผนเพชรสุรินทร์ รุ่น ยอดฉัตร ออก ปี 51 หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ อธิฐานจิต นานนับปี และพิธียกยอดฉัตรสู่ปราสาทเพชรพิพิธภัณฑ์ พิธีที่เขมร 1 พิธี และพิธีที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง 1 พิธี  พิธีเทวาภิเษกและพุทธภิเษก ที่ปราสาทเพชรสุรินทร์ วันที่ 3 พฤษภาคม 51 พิธียกยอดฉัตร เป็นพิธีที่ดีมาก ได้จัดให้มีการครอบครูจักรวาลอันเป็นมงคลยิ่ง ขุนแผนเพชรสุรินทร์ ปลุกเสกโดย หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ พระเกจิอาจารย์ผู้มากเมตตาแห่งเมืองสุรินทร์ วัตถุมงคลของท่านนี้ อธิษฐานจิตปลุกเสกบันดาลให้ผู้บูชาประพฤติดี ประพฤติชอบ ประสบผลสำเร็จ ได้ตามจิตปรารถนา




 


วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

พระขุนแผนผงอาถรรพ์หลังยันต์หุ่นพยนต์ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด




พระขุนแผนผงอาถรรพ์หลังยันต์หุ่นพยนต์ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

พระขุนแผนผงอาถรรพ์หลังยันต์หุ่นพยนต์ หลวงปู่ผาด สร้างปี2551 ที่ระลึกประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วังสามพระยา วัดระหารไร่ ระยองโดย มูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก

วัตถุประสงค์ในการสร้างและปลุกเสกพระขุนแผนผงอาถรรพ์ หลังหุ่นพยนต์นี้ เพื่อแจกผู้ร่วมทำบุญทั้ง ๒ รายการ ร่วมสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขนาดเท่าครึ่งในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑, และ ทอดกฐินสามัคคี ณ วัดบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

โดย บูชาครู


"พระขุนแผน หลังหุ่นพยนต์" คืออีกหนึ่งของมงคลล้ำค่า ที่ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด เมตตาเสกให้อย่างผู้รู้จริง ขลังไม่ขลัง พระขุนแผนพรายกุมารสากหัก ก็มีค่าดุจเพชร ดุจทองคำ และมีผู้กล่าวถึงจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น กันมากที่สุดไปแล้วครับ ครั้งนี้นอกจากมหามนต์ด้านการเสกพระขุนแผน ยังผนวกการสร้าง (ผูก) "หุ่นพยนต์" ตามศาสตร์วิชาโบราณด้วยอาคมและพลังจิตอันกล้าแกร่งของหลวงปู่ ซึ่งวิชาแขนงนี้ อ.ชินพร ประธานมูลนิธิหลวงปู่ทิมเล่าว่า "หุ่นพยนต์มีสร้างกันมานานมากแล้ว เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 250 ปี พระมหากัสสปะเถระผู้มีฤทธิ์ได้สร้างหุ่นพยนต์ใว้คอยเฝ้าพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเฝ้ากรุมหาสมบัติที่รอจะถวายพระเจ้าอโศกมหาราช กาลต่อมาเมื่อพระโมคคันรีบุตรมหาเถระ นำพระเจ้าอโศกมหาราชมาขุดหาพระบรมสารีริกธาตุ ที่จมอยู่ใต้ดินจนพบสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและกรุมหาสมบัติ แต่พระเจ้าอโศกมหาราชก็เสด็จเข้าไปไม่ได้ เพราะมีหุ่นพยนต์เฝ้าอยู่ จนมีพราหมณ์หนุ่มเอาศรมายิงทำลายหุ่นพยนต์จึงเข้าไปนำเอาพระบรมสารีริกธาตุและมหาสมบัติออกมาได้ พระเถระผู้ทรงอภิญญาจึงสร้างพระยันต์หุ่นพยนต์ขึ้น เพื่อใช้ปกป้องพระศาสนาและมีการเล่าเรียนสืบต่อกันมา พงศาวดารและเรื่องเล่าขานก็มีการบันทึกบอกกล่าวไว้ แต่ในปัจจุบันจะหาผู้ทำได้จริงและศักดิ์สิทธิ์นั้นมีน้อยมาก จากการศึกษาค้นหาก็พบแล้วว่า หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด ท่านทำได้จริง ผมจึงขอบารมีท่านสร้างพระยันต์หุ่นพยนต์ขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ทหารหาญและตำรวจของชาติได้มีของดีไว้ติดตัว เตือนภัยและคุ้มครองป้องกัน ล่าสุด รอ.ยศพัทธ์ พูลเกษม รน.ผบ กองร้อยปืนเล็กที่ 3 ร.หน่วยเฉพาะกิจ 32 ได้เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่ามียักษ์ขึ้นมาเดินคุ้มครอง และให้มีลางสังหรณ์เตือนภัยก่อนจะมีเหตุ"

พระขุนแผน หลังหุ่นพยนต์ คือหนึ่งในชุดของขวัญที่นอกเหนือจากหลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวดจะปลุกเสกเดี่ยวแบบทิ้งทวนแล้ว ยังเข้าพิธีสำคัญอื่นๆ ทั้งภายนอกและในพิธีที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก จัดขึ้น เนื้อหามวลสารประกอบด้วยผงพรายกุมารและผงมงคลต่างๆ ที่ทางมูลนิธิฯจัดสร้างวัตถุมงคลตลอดมา

 


วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

พระบูชารูปเหมือน หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หน้าตัก 1.5 นิ้ว รุ่นแรก ปี 2541

 


      พระบูชารูปเหมือน หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หน้าตัก 1.5 นิ้ว รุ่นแรก ปี 2541

ตอกโค๊ดดอกไม้ โค๊ดดั้งเดิม และเป็นโค๊ดเดียวกับที่ตอกเหรียญรูปไข่รุ่นแรก ปี41

 


  รายละเอียด รูปเหมือนหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ รุ่นแรก ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวนจัดสร้าง 2,880 องค์

           หลวงปู่หงษ์ ท่านทำพิธีพุทธาภิเษก  เมื่อวันพุธ ที่ 11 มีนาคม ปี พ.ศ.2541 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 เวลา 16.00 น.


ณ.วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์ รายนามเกจิที่เข้าร่วมพุทธาภิเษก รุ่นนี้

1. พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 11

เจ้าคณะจังหวัด สุรินทร์ ประธานจุดเทียนชัย

2. พระครูประสาทพรหมคุณ ( หลวงปูหงษ์ )

3. พระครูธรรมรังษี ( วัดพนมดิน )

4. พระครูอินทรวรคุณ ( ลพ.ฤทธิ์ รันตโชโต )

5. พระครูสัจจานุรักษ์ ( หลวงพ่อเที่ยง )

6. พระครูนนทญาณวิสุทธิ์ ( วัดโคกบัวราย )

7. พระครูมงคลวรากรณ์ ( หลวงพ่อพวน )

8. พระครูวิสุทธิญาณ ( ลพ.คีย์ กิตติญาโณ )

9. พระอธิการสมยงค์ ถามิโก ( วัดเจริญนิมิตร )

 


 ทางวัดเปิดให้รับ และบูชาวัตถุมงคลรุ่นนี้ เมื่อ วันที่ 13 มีนาคม ปีพ.ศ.2541 องค์นี้สภาพสวยสมบูรณ์ ตอกโค๊ตชัดเจน ถือว่าเป็นของดี  จากภาพ 1 ใน 2,880 องค์

ที่อยู่กับผม ส่วนที่เหลืออยู่ที่ไหนกันบ้างครับ  


 ท่านที่เคยสงสัยโค๊ดที่ตอกในเหรียญรูปไข่ ปี41 คงกระจ่างขึ้นเยอะนะครับ

ผมพยายามถ่ายภาพโค๊ดให้ชัดๆ  แต่ได้แค่นี้เอง  พระบูชาองค์นี้บูชาติดรถไว้ 20กว่าปี  เพิ่งนำมาสรงน้ำเมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมาเลยเช็ดความสะอาดให้เห็นเนื้อทองเหลืองขึ้นมาหน่อย


ส่วนเหรียญรูปไข่ปี41 ข้อมูลตอนปลุกเสกนั้น  ยังไม่ได้ตอกโค๊ด  ทำพิธีปลุกเสกเสร็จก็แจกจ่ายลูกศิษย์เลย  ไม่ทันได้ตอก  แล้วมาตอกทีหลัง







วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566

ชี้ตำหนิจุดตายเหรียญเจริญพร หลังยันต์เกราะเพชร หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ

   


  เหรียญเจริญพร หลังยันต์เกราะเพชร รุ่นแรก หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เนื้อทองแดงผิวไฟ สุสานทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตอกโค๊ด เหรียญ รุ่น เจริญพร หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ จ.สุรินทร์ ปี 2556 นี้ ขนาดพระสูง 2.9 เซนติเมตร *กว้าง 2.4 เซนติเมตร ของแท้ตอกโค้ดด้านหลังเหรียญทุกองค์ เป็นพระที่สร้างปลุกเสกก่อนที่หลวงปู่หงษ์ท่านจะมรณะภาพ 

 


เหรียญเจริญพรนี้แม้จะเป็นพระสร้างใหม่แต่ประสบการณ์ดีมากลูกศิษย์สายตรงหลายๆท่านต่างหาไว้บูชาติดตัว  เครื่องรางของขลังที่หลวงปู่หงษ์สร้างขึ้นใครนำไปบูชาติดตัวล้วนแต่ประสบการณ์ดี เสริมดวงชะตาชีวิต หนุนดวงดียิ่งนัก บางท่านถึงกับรวยทรัพย์รับโชคกันหลักล้านมาแล้วครับ



    สืบเนื่องจากดำริของพระเดชพระคุณหลวงปู่หงษ์ ซึ่งมีปรารถนาจะสร้างปราสาทฆฏิกามหาพรหมขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่เหล่าศาสนิกชนทั้งหลาย คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่หงษ์จึงได้จัดงานบุญกฐินในครั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ เวลา 11:00 น. ณ สุสานทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์


วัตถุประสงค์

    เพื่อสร้างปราสาทฆฏิกามหาพรหมขึ้น ตามคำบอกกล่าวของครูบาอาจารย์ และเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่เหล่าศาสนิกชนทั้งหลายอ

อนุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของยันต์เกราะเพชร

   


ยันต์เกราะเพชร มีอานุภาพมากด้วยพุทธคุณ ค้ำจุนดวง เสริมบารมี เสริมการงาน การเงิน มียันต์เกราะเพชรหนุนดวงจะมิตกอับ อีกทั้งยังป้องกันภัยรอบด้านอีกด้วย…

    ยันต์เกราะเพชร คือ เป็นคาถา อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทูอนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ เรียกกันว่า ห้องพระพุทธคุณแต่เขียนลงมาอย่างลง ๗ คำ แล้วก็ไปขึ้นต้นใหม่เรียงกันไป ก็ว่า อิระชาคะตะระสา ติหังจโตโรถินัง นี่เรียกว่า อิติโส ๘ ทิศ แล้วก็ชักเป็นยันต์ สำหรับยันต์เกราะเพชรนี่หลวงพ่อปานปลุกได้ดีมาก เพราะว่าเวลาท่านจะเป่าให้ใครนั้น ท่านเขียนยันต์ใส่กระดานดำไว้ แล้วท่านก็ยืนอยู่ข้างหลังให้ทุกคนจุดธูปเทียน แล้วภาวนาว่า พุทโธ ถ้าคนไหนมีครรภ์ ผู้หญิงมีครรภ์ก็ให้จุดธูป ๑ ดอกแทนลูกในครรภ์ แล้วท่านก็เป่า เวลาเป่ายันต์เข้าตัวจะมีความรู้สึกหนักที่ศีรษะหรือว่าคันที่หน้า ยังงี้เรียกว่ายันต์เข้าจับตัวแล้วถ้ายันต์เข้าจับตัวทุกคนก็เป็นอันว่าเลิกกัน ท่านเป่าเฉพาะวันเสาร์ห้า คือว่าเป็นเดือนอะไรก็ตาม เป็นขึ้น ๕ ค่ำวันเสาร์ หรือวันเสาร์ตรงกัน ๕ ค่ำ อันนี้ใช้ได้ เรียกว่าท่านทำเป็นปกติ แล้วก็วันเสาร์ ๕ นี่แหละเป็นวันยกครูของท่าน ท่านจะยกครูหมอครูอะไรก็ตามก็ทำกันวันเสาร์ห้า

   


คุณสมบัติของยันต์เกราะเพชรก็เป็นการกันการกระทำการกลั่นแกล้งจากคนอื่นด้วย วิชานี้ดีมาก หากว่าใครขืนทำเข้าคนนั้นก็เคราะห์ร้าย เคราะห์ร้ายเพราะอะไร ของเหล่านั้นจะกลับสะท้อนย้อนเข้าไปหาตัว มีเรื่องเล่า คราวหนึ่ง พระผลบวชพรรษาเดียวกับฉัน แกอยู่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี แกไปรับยันต์เกราะเพชร พอรับแล้วแกก็ออกไปหลังวัด ปรากฏว่าถูกงูเห่ากัดเห็นตัวชัดเพราะเป็นกลางคืนเดือนหงาย เห็นว่าเป็นงูเห่าแน่ เอาไฟส่องดูก็แผ่แม่เบี้ยหราเป็นงูเห่า แกก็วิ่งเข้ามาหาหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานก็ถามว่า แกรับยันต์เกราะเพชรหรือเปล่า พระผลก็บอกว่ารับขอรับ ท่านบอกว่าถ้ารับไม่รักษา ฉันอยากจะดูคนที่รับยันต์เกราะเพชรมันตายเพราะถูกงูกัดสักคน ถ้าหากว่าแกตายฉันจะดีใจมาก ท่านผลหน้าซีดปรากฏว่าในขณะที่ท่านพูด พิษมันวิ่งขึ้นมาถึงเข่า แล้วก็ถอยไปปวดอยู่ปากแผล เดี๋ยวมันก็ปวดขึ้นมาถึงเข่า แล้วก็ปวดที่ปากแผล ๓ ครั้ง พอวาระที่สามปรากฏว่า อาการปวดหายไปหมดเลย พิษหมดเลย พระผลดีใจมาก บอกว่าหายปวดแล้วครับ หลวงพ่อปานก็บอกว่านั่นนะซิ ฉันแน่ใจว่ายันต์เกราะเพชรของฉันดี แต่ถ้าแกรับแล้วแกตายเพราะงูกัด ฉันก็จะเห็นว่าแกเป็นคนเลวมาก ไม่มีความเคารพในพระพุทธเจ้า เพราะว่ายันต์เกราะเพชรนี่ฉันอาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองนะไม่ใช่อื่น ถ้าแกตายแล้วก็เป็นพระด้วย แกรับยันต์เกราะเพชรไปแล้วด้วย ถ้าถูกงูกัดแล้วตายเพราะงูพิษ ก็น่าจะตายหรอก เพราะว่าคนที่บวชแล้วไม่เคารพในพระพุทธเจ้า ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา เป็นคนเลวก็ควรจะตาย แต่ว่าแกไม่ตาย นี่ก็แสดงว่าแกเป็นคนดีแล้ว ความมั่นคงในพระพุทธเจ้าใช้ได้ นี่ว่ากันถึงยันต์เกราะเพชร

   


พระคาถายันต์เกราะเพชร อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโร ถินัง ปิสัมระโลปุสัตพุท โสมาณะกะริถาโธ

    ภะสัมสัมวิสาเทภะ คะพุทปันทูทัมวะคะ วาโธโนอะมะมะวา อะวิชสุนุตสานุติ

    เหรียญเจริญพรหลวงปู่หงษ์  ซึ่งเกิดกระแสตอบรับจากนักสะสมพระเครื่องเริ่มมีมากขึ้นเมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ ปี2566 นี้เอง  กระแสค่อนข้างแรงมาก  จากราคาเหรียญละ 100-200 บาท  โดดขึ้นไป2000-3000  ดังนั้นของเก๊ของปลอม  จึงแพร่ระบาดไปทั่ว  เช่าหาต้องระวัง


วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

พระผงดวงเศรษฐีหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน 2566




พระผงดวงเศรษฐีหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน 2566

ราการวัตถุมงคล

- ฝังตะกรุดเงิน 1 ดอก

สร้าง 50000 องค์ 

องค์ละบูชา  19  บาท  

( ยกลังแถมตะกรุดทองคำ 3 ดอก 1 องค์ )

- ฝั่งตะกรุดทองคำ 1 ดอก

สร้าง 2000 องค์ 

บูชา  111 บาท  

ปิดจอง 2 มีนาคม  2566 

หมายเหตุ:ไม่มีกล่อง ไม่รันหมายเลข 

      มวลสารดวงเศรษฐีปี 2566 ได้มีการพระผงแท้ทันหลวงปู่หมุนปลุกเสกมากกว่า 30 องค์พลีเป็นมวลสารในการสร้างดวงเศรษฐีวัดบ้านจานปี2566

     หลวงปู่อุดมทรัพย์เจิมหมึกแดงและอธิฐานจิตบนแม่พิมพ์บล็อคดวงเศรษฐีก่อนการปั๊ม เพื่อเป็นศิริมงคลและถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีในการจัดสร้างพระผงดวงเศรษฐีวัดบ้านจานปี2566 รุ่นนี้เรื่องมวลสารแน่นๆไปเลยไม่จองถือว่าพลาด


วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

เหรียญมังกรคู่รูปไข่ 129ปี ชาตะกาล

 


เหรียญมังกรคู่รูปไข่ 129 ปีชาตะกาล

เหรียญมังกรคู่รูปไข่ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการพระเครื่อง  เนื่องจากเป็นเหรียญที่สร้าง ครบ129ปี ชาตะกาลของหลวงปู่หมุน

เหรียญมังกรคู่รูปไข่ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการพระเครื่อง  เนื่องจากเป็นเหรียญที่สร้าง ในวาระครบ129ปี ชาตะกาลของหลวงปู่หมุน   เหรียญมังกรที่ระลึก 129 ปี วัดป่าหนองหล่มจัดสร้าง ซึ่งบล็อกทำไว้สมัยทันหลวงปู่แต่ไม่ได้จัดสร้างในสมัยนั้น  เมื่อมาถึงปัจุบันจึงได้นำบล็อกนั้นมาจัดสร้างในปัจจุบัน 



และค่อนข้างร้อนแรง อยู่ในขณะนี้ แทบทุกเนื้อยอดเต็ม  และมีราคาบวกมากขึ้นเรื่อยๆ

รายการจัดสรางวัตถุมงคล เนื่องในโอกาส หลวงปู่หมุน ครบรอบชาตกาล 129 ปี(15 เม.ย.66) วัดป่าหนองหล่มวนาราม โดย พระอธิการขวัญเมือง สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าหนองหล่มวนาราม จ.สระแก้ว  

 กำหนดการพุทธาภิเษก ในวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 ซึ่งตรงกับในอดีตรุ่น เสาร์ ๕ มหาเศรษฐี วันเสาร์ที่  8  เมษายน 2543 ณ วิหารพระแก้วมรกต วัดป่าหนองหล่มฯ

ประวัติของ หลวงปู่หมุน มหาเถระ 5 แผ่นดิน ผู้สำเร็จมหาวิชาธาตุสี่ ของสมเด็จลุน จำปาศักดิ์ สมเด็จลุน จำปาศักดิ์

ในหมู่ของเกจิอาจารย์รุ่นเก่า ชื่อของ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล เป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ ที่มีการพูดถึงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เป็นกลุ่มพระภิกษุสายเหนือโลก มีเรื่องราวอภินิหารย์ถึงขนาด มีตำนานการพาลูกศิษย์หายตัวจากศรีสะเกษ มาปรากฏตัวที่กรุงเทพฯ  

สำหรับหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล เกิดในสกุล “ศรีสงคราม”  หรือ “แก้วปักปิ่น” ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. 2437 ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดา ชื่อ "ดี" มารดาชื่อ "อั๊ว" มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 14 ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก 

จนกระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 มี.ค.2546 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน อ. กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มรณภาพลงอย่างสงบบนกุฎี สิริอายุ 109 ปี 86 พรรษา


วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

หลวงปู่ทอง ปภากโร

 


หลวงปู่ทอง_ปภากโร

ประวัติหลวงปู่ทอง ปภากโร

แห่งวัดบ้านคูบ หมู่ 3 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ พระเกจิอาจารย์ที่ชาวอีสานใต้ ที่ชาว จ.ศรีสะเกษ ให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นพระเถระที่รักสันโดษ พูดน้อย มีความเป็นอยู่อย่างสมถะเรียบง่าย ยังคงห่มจีวรผืนเก่าๆ แม้มีผู้นำมาถวายให้ก็จะนำไปมอบให้พระภิกษุรูปอื่น

อีกทั้งยังเป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สำเร็จลุนบรมครูผู้วิเศษ แห่งนครจำปาศักดิ์ ฝั่ง สปป.ลาว ปัจจุบันยังดำรงชีวิตอยู่ในวัย 115 ปี มีนามเดิมว่า (((ทอง สิงห์ซอม)))เกิดเมื่อ วันที่ 4 ม.ค.2449 เป็นชาวบ้านคูบ หมู่ 3 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง โดยกำเนิด บิดามารดา ชื่อ นายดอ และนางสิงห์ สิงห์ซอม มีอาชีพทำนา จบชั้น ป.4 ขณะมีอายุ 49 ปีเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ที่พัทธสีมาวัดบ้านคูบ บวชได้นานหลายปีจนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านคูบ แต่ลาออกและลาสิกขาไปใช้ชีวิตฆราวาส

ต่อมาขณะมีอายุ 72 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง ที่อุโบสถวัดสว่างวารีรัตนาราม โดยมีพระครูสุทธิธรรม หรือหลวงปู่วัลลภ เจ้าคณะอำเภอน้ำเกลี้ยง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นได้ออกเดินธุดงค์ไปในพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร ฝั่งชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ ก่อนเดินทางข้ามไปในป่าลึกฝั่งประเทศลาวและประเทศกัมพูชา เพื่อปฏิบัตินั่งภาวนาจิต เพื่อให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา และอุปทานทั้งปวง

เมื่อได้ปฏิบัติสำเร็จบรรลุธรรมตามที่หลวงปู่ได้ตั้งใจแล้ว ได้เดินธุดงค์จากฝั่งลาว ลัดเลาะตามชายแดนด้าน จ.อุบลราชธานี ก่อนมุ่งหน้าสู่วัดมาตุภูมิบ้านเกิด พัฒนาเสนาสนะและถาวรวัตถุในวัดสืบมาจนปัจจุบัน แต่ด้วยสังขารที่ร่วงโรย ตอนนี้จะรับกิจนิมนต์เฉพาะในวัด และนอกวัดรับกิจสงฆ์ในบางครั้ง


วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เหรียญรูปไข่รุ่นชินบัญชร หลวงปู่แสง วัดโพธิ์ชัย นครพนม

หลวงปู่แสง จนฺทวํโส วัดโพธิ์ชัย

วันที่ 21 มี.ค.2565 หลวงปู่แสง จันทวังโส พระเทพมงคลวัชรโรดม พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง อดีตเจ้าอาวาส วัดโพธิ์ชัย บ.โพนตูม หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ. นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิ สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับศิษญ์ยานุศิษย์ที่ทราบข่าวเป็นจำนวนมาก

ประวัติ

เป็นพระป่ากรรมฐานศิษย์สายหลวงปู่มั่น,หลวงปู่เสา  และหลวงปู่สิง เป็นสหธรรมิกกับ วัดธาตุมหาชัย พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แห่งวัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยเมื่อครั้งหลวงปู่คำพันธ์ ยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านทั้งสองจะไปมาหาสู่กันตลอด


    หลวงปู่แสง จนฺทวํโส เกิดเมื่อ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2454 (ในสมัยรัชกาลที่ 6) ณ บ้านโพนตูม อำเภอนาแก ต.ก้านเหลือง จ.นครพนม พื้นเพท่านเป็นชาวเมืองนครพนมโดยกำเนิด

บวชเรียน

ในวัยเยาว์ใช้ชีวิต ตามประสาเด็กชนบททั่วไป จนกระทั่งอายุ ๑๙ ปีได้บวชเณรหน้าไฟอุทิศกุศลให้คุณตา ที่วัดศรีสำราญ ต.ก้านเหลือง จ.นครพนม โดยมี พระอินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังจากบวชส่งศพ คุณตาสู่จิตกาธารแล้ว ท่านอยากจะสึก แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมสึกให้ ท่านจึงธุดงค์ ไปทางจ.ขอนแก่น บ้านไผ่ จ.ร้อยเอ็ด จนถึงอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี ใช้เวลา ๗ เดือน พร้อมอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมี พระครูบริหาร เกษมรัฐ วัดบ้านแก้ง อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า จนฺทวํโสแปลว่า วงษ์แห่งพระจันทร์


    หลวงปู่แสง ได้ใช้เวลาเล่าเรียน นักธรรมตรี โท เอก จนสำเร็จ เป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย เอาใจใส่การศึกษาปฏิบัติธรรม มีความรู้ความ เห็นลึกซึ้ง มีปฏิภาณเทศนา แจ่มแจ้ง โวหารไพเราะจับใจ ทั้งยังได้เล่าเรียน อักขระเลขยันต์

วิทยาคมจนมี ความเชี่ยวชาญ เชื่อว่าท่านสำเร็จ ฌาณสมาบัติขั้นสูง เพียงท่านจับมือใครคนนั้น ท่านจะรู้หมดทุกเรื่องในตัวคนนั้น และท่านจะบอกเรื่องดี ๆ ให้คน ๆ นั้นได้พบกับความเจริญรุ่งเรือง

 

ด้านคาถาอาคม อักขระเลขยันต์ หลวงปู่แสงมีความเชี่ยวชาญยิ่งนัก กล่าวว่าเป็นผู้มากวิชา รูปหนึ่งใน เมืองไทย สมญานามที่กล่าวขานยกย่องท่านเป็น เทพเจ้าบันดาลทรัพย์ใครที่มากราบไหว้ขอพร มักได้ตามความปรารถนาเสมอ


    แม้อายุล่วงเลยมากว่า 109 ปี (พ.ศ.2563) แต่สายตาท่านยังดี หากจะอ่านหนังสือสวดมนต์หรือหนังสือธรรมะจะใส่แว่น หูได้ยิน 1 ข้าง ชอบพูดคุยสนทนาสนุกสนานติดตลก ไม่ถือเนื้อถือตัว ไม่เคยเจ็บป่วย เคยเข้าโรงพยาบาลแค่ 1 ครั้ง ด้วยสาเหตุท้องผูก ไม่เคยนอนกางมุ้ง แต่ยุงไม่กัด เป็นคนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว อากาศหนาวเหน็บ เพียงใด จะใส่แค่สบง ห่มด้วยจีวร ปล่อยวางไม่ยึดติดกับวัตถุใด ๆ และ ไม่แสวงหา ความสุขสบาย โดยเฉพาะกุฏิหลังใหม่ที่ลูกศิษย์สร้างถวาย ๗ แสนกว่าบาท แต่ท่านไม่ไปอยู่ เพรา ะอึดอัดและ หายใจไม่ออก

หลวงปู่แสงปัจจุบัน อายุ 107 ปี พรรษา 88 พื้นเพเป็นชาว เมืองนครพนมโดยกำเนิด เกิดในสมัย รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2454 ที่บ้านโพนตูม อำเภอนาแก ต.ก้านเหลือง จ.นครพนม วัยเยาว์ใช้ชีวิตตามประสาเด็กชนบททั่วไป จนกระทั่งอายุ 19 ปีได้บวชเณรหน้าไฟอุทิศกุศลให้คุณตาที่วัดศรีสำราญ ต.ก้านเหลือง จ.นครพนม

โดยมี พระอินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชส่งศพคุณตาสู่จิตกาธารแล้ว ท่านอยากจะสึก แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมสึกให้ ท่านจึงธุดงค์ไปทาง จ.ขอนแก่น บ้านไผ่ จ.ร้อยเอ็ด จนถึงอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี ใช้เวลา 7 เดือน พร้อมอุปสมบทเป็นพระ ภิกษุ โดยมีพระครูบริหารเกษมรัฐ วัดบ้านแก้ง อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่าจนฺทวํโส

หลวงปู่แสง ได้ใช้เวลาเล่าเรียน นักธรรมตรี โท เอก จนสำเร็จ เป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตาม พระธรรมวินัย เอาใจใส่การศึกษาปฏิบัติธรรม มีความรู้ความเห็นลึกซึ้ง มีปฏิภาณเทศนาแจ่มแจ้ง โวหารไพเราะจับใจ เชื่อว่าท่านสำเร็จฌาณ สมาบัติขั้นสูง เพียงท่านจับมือใครคนนั้น ท่านจะรู้หมดทุกเรื่องในตัวคนนั้น และท่านจะบอก เรื่องดีๆให้คนๆนั้นได้พบกับความเจริญรุ่งเรือง

วัตถุมงคล

หลวงปู่แสงกล่าวจานว่า พุทธคุณดี ครบเครื่อง ทั้งเรื่องเมตตามหานิยม แคล้วคลาด โชคลาภ ซึ่งล่าสุดที่กำลัง มาแรงคือ รุ่น มหาสมปรารถนาที่ท่านอนุญาต ให้คณะศิษย์ จัดสร้างเพื่อนำราย ได้สร้างฝ้าศาลา การเปรียญ วัดโพธิ์ชัย รูปแบบเป็นพระปิดตา รุ่นแรก

พระขุนแผน แสงสะท้าน รุ่นแรก และเหรียญเสมา โดยหลวงปู่แสงท่านปั๊มพระขุนแผนเอง กับมือตามตำราโบราณ และรุ่นนี้ทำพิธี ปลุกเสกมวลสารก่อนนำมาจัดสร้าง โดยกำหนดพิธีพุทธาภิเษกเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ก.ย. 2561 เวลา 09.09 น. ณ วัดโพธิ์ชัย

พระภิกษุ ผู้ปฏิบัติชอบตาม พระธรรมวินัย เอาใจใส่การศึกษาปฏิบัติธรรม มีความรู้ความ เห็นลึกซึ้ง มีปฎิภาณเทศนาแจ่มแจ้ง โวหารไพเราะจับใจ หลวงปู่แสงสำเร็จ ฌาณสมาบัติขั้นสูง เพียงท่านจับ มือใครคนนั้น ท่านจะรู้หมดทุกเรื่องใน ตัวคนนั้น และท่านจะบอก เรื่องดีๆให้แก่คุณเจริญรุ่งเรือง ท่านอยู่ในยุคราชการที่ 6 หลวงปู่แสงน่า จะเป็นพระมหาเถระ ที่มีอายุ88พรรษามากที่สุดอีก1รูป ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ ต่อพระศาสนา ต่อมาท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูอุดมรังษี อดีตเจ้าคณะตำบล ก้านเหลือง

 

วันอาทิตย์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ วัดโพธิ์ชัย อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี อัญเชิญ สัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระครูอุดมรังษี วัดโพธิ์ชัย จังหวัดนครพนม

ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ให้ พระครูอุดมรังษี เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชมงคลวัชโรดม พุทธาคมธรรมพิสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดโพธิ์ชัย จังหวัดนครพนม มีฐานานุศักดิ์ ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ๑


วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

เหรียญหล่อมังกรรุ่นรวยมหาเศรษฐี หลวงปู่หา สุภโร



เหรียญหล่อมังกรรุ่นรวยมหาเศรษฐี หลวงปู่หา สุภโร
เหรียญหล่อมังกรรุ่นรวยมหาเศรษฐี หลวงปู่หา สุภโร เป็นวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่ง ที่น่าจับตามอง ที่นักสะสมพระเครื่องไม่ควรมองข้าม   อนาคตอาจไม่แพ้ เหรียญมังกรคู่  รุ่นแรก
พระญาณวิสาลเถร หรือ หลวงปู่หา สุภโร ที่ปรึกษา เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าอาวาสวัดป่าสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองน้ำดำ ที่มีชาวพุทธให้ความเลื่อมใส
        ปัจจุบันยังดำรงชีวิตอยู่ สิริอายุ 95 ปี พรรษา 76 มีนามเดิมว่า หา ภูบุตตะ เกิดวันศุกร์ที่ 2 ก.ค.2486 ปีฉลู ชาวบ้านนาเชือก ต.เว่อ ต.นาเชือก อ.ยางตลาด (ปัจจุบัน อ.เมือง) จ.กาฬสินธุ์ อายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่สิมน้ำวัดสว่างนิวรณ์นาแก ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ มีหลวงปู่ลือ เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาที่วัดสุวรรณชัยศรี จ.กาฬสินธุ์อยู่ 1 ปี และต่อมาจึงญัตติมหานิกายเป็นธรรมยุต ที่สิมน้ำวัดหนองโจด จ.กาฬสินธุ์ มีพระครูสมณญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์
หลังญัตติเสร็จจำพรรษาที่วัดสุวรรณศรีมุ่งมั่นจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอกอุปัฏฐากรับใช้สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ด้วยความใฝ่รู้ไปเรียนกัมมัฏฐานกับพระธรรมมงคลญาณ ที่วัดธรรมมงคล และกับพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ ที่วัดบรมนิวาส ก่อนกลับสู่มาตุภูมิพัฒนาวัดป่าสักกะวัน จนมีความเจริญรุ่งเรือง กระทั่งก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปี ได้รับพระราชทานนามว่า พิพิธภัณฑ์ สิรินธร ชาวบ้านจึงเรียกขานท่านว่า หลวงปู่ไดโนเสาร์
เหรียญหล่อมังกรรุ่นรวยมหาเศรษฐี หลวงปู่หา สุภโร นี้ คณะลูกศิษย์ที่เลื่อมใส คือคุณ อ๊อฟ วิโดว์ขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคล เป็นเหรียญหล่อมังกร รุ่นรวยมหาเศรษฐี เพื่อจัดหารายได้บำรุงวัด
โดยจัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองคำ 9 เหรียญ เนื้อนำฤกษ์สังฆวานร เนื้อนำฤกษ์นวะเทดินไทย เนื้อเงินหน้ากากทองคำลงยาชนิดละ 59 เหรียญ เนื้อเงินลงยาแดง 79 เหรียญ, เนื้อเงินบริสุทธิ์ 111 เหรียญ เนื้อนวะหน้ากากเงินขอบเงินลงยา 199 เหรียญ
เนื้อเหล็กน้ำพี้ 239 เหรียญ, เนื้อ 3 กษัตริย์ 299 เหรียญ เนื้อชุบทองลงยา 399 เหรียญเนื้ออัลปาก้าลงยา 559 เหรียญ เนื้อสัมฤทธิ์ 999 เหรียญ เนื้อทองระฆัง 1,111 เหรียญ และเนื้อทองแดง 2,222 เหรียญ เป็นต้น
ด้านหน้าเหรียญ ขอบเหรียญชั้นนอกมีเส้นสันนูนหนา มีลวดลายกนกและมีเส้นสันบางล้อมรอบอีกชั้น ตรงกลางมีรูปเหมือน ด้านบนมีเสมาธรรมจักร ส่วนด้านข้างมีมังกร 2 ตัวขนาบข้าง
ด้านหลังเหรียญ แบนราบ ใต้หูเชื่อมมียันต์อุณาโลม หัวใจของคาถา ตรงกลางเหรียญมีอักขระยันต์ อ่านว่า อิสวาสุ หมายถึง หัวใจพระรัตนตรัย
ด้านล่างมีตัวหนังสืออ่านว่า รวยมหาเศรษฐี ด้านข้างของเหรียญด้านซ้ายไปขวา สลักตัวหนังสือ เขียนคำว่า หลวงปู่หา สุภโร วัดสักกะวัน อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พ.ศ.๒๕๖๓ ประกบด้วยดอกจัน
วัตถุมงคลรุ่นนี้ ได้นำชนวนมวลสาร ตะปูสังฆวานรสลักโบสถ์วิหารวัดระฆัง โฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดโสธรวรารามวรมหาวิหาร หล่อนำฤกษ์ จะประกอบพิธีพุทธาภิเษก เดือน พ.ค.2563